เรื่องดีๆ ของดอกไม้ที่กินได้
พูดจาภาษาดอกกุหลาบ
ดอกไม้ใหญ่ที่สุด ในโลกเรา
เมื่อหมาป่าพบแอริค แคลปตัน อีกครั้ง!
ดอกเทียนนกแก้ว บนดอยเชียงดาวออกดอกแล้ว
อ่านบทความจาก นิตยสารฟาร์อีสเทิร์นเอคโคโนมิค รีวิว เรื่องร้านสายหมอกกับดอกไม้ (ไม่ธรรมดา)
กินดอกไม้ที่เชียงใหม่..บทความจาก Kari Barber
Influences & History
แรงบันดาลใจ
ที่ก่อให้เกิดต้น
ตำรับอาหารดอกไม้
ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือมีใครคนหนึ่งเดินผ่านประตูไม้สักบานสูงของร้านสายหมอกกับดอกไม้เข้ามา และบอกกับ อันยา โพธิวัฒน์ เจ้าของสถานที่ให้ปรุงดอกไม้เป็นอาหารสิ
แต่เรื่องจริงก็คือ "มันเกิดขึ้นจากอำนาจของวรรณกรรมเล่มหนึ่ง" อันยากล่าว และยังกล่าวเช่นนี้อยู่เสมอเมื่อถูกถามถูกสัมภาษณ์จากสื่อต่างๆที่สนใจเรื่องราวการสร้างสรรแนวคิดในการปรุงอาหารไทยจากดอกไม้ที่งดงาม
แน่นอนว่าแท้ที่จริงคนไทยเราก็กินดอกไม้เป็นอาหาร อย่างเช่นดอกกะหล่ำ ดอกกุยช่าย ดอกไม้จีน ดอกโสน ดอกแค เพียงแต่ดอกไม้เหล่านี้ไม่ใช่ไม้ประดับที่มีดอกงดงามและมีกลิ่นหอมหวน
สายหมอกกับดอกไม้ ได้เริ่มต้นปรุงอาหารจากดอกไม้หลากสีสันแสนงดงาม มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 ด้วยแรงบันดาลใจที่อันยา โพธิวัฒน์ เชื่อว่าถ้าได้กินดอกไม้เป็นอาหาร...จะช่วยชุบชูจิตใจให้เป็นสุข และรื่นรมย์
และความเชื่อนี้มีที่มาจากนวนิยายรักโรแมนติกเรื่องหนึ่งที่เธออ่าน
"ย่อมปฏิเสธไม่ได้เลย และจะไม่พูดถึงก็ไม่ได้ว่าเรื่องดีๆเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นได้ในชีวิตเรานั้นเป็นเพราะการได้อ่านงานวรรณกรรมที่ดี"
"ไม่เคยมีใครสักคนเดินมาบอกดิฉันให้ปรุงอาหารจากดอกไม้สวยๆ ที่ดิฉันปลูกไว้ในสวน ไม่เคยมีใครมาเข้าฝัน ไม่มีผีมาบอก และไม่มีแม่ครัวคนไหนที่ดิฉันว่าจ้างมาเคยเสนอแนวคิดที่จะปรุงอาหารจากดอกไม้ในสวน"
"แต่แม่ครัวเหล่านั้นเมื่อมาอยู่ที่ร้านสายหมอกกับดอกไม้ ต้องหัดต้องฝึกเพื่อเรียนรู้เรื่องนี้ที่ดิฉันถือเป็นหัวใจของร้านเรา"
ตั้งแต่แรกที่คิดปรุงอาหารจากดอกไม้ สายหมอกกับดอกไม้มีผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและพืชพันธุ์ไม้เป็นที่ปรึกษามาโดยตลอด คือด็อกเตอร์ไชยยง รุจจนเวท ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของอันยา และเป็นนักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จังหวัดเชียงใหม่
ด็อกเตอร์ไชยยงเองก็มีความสุขที่จะได้เห็นทางเลือกใหม่ในการปรุงอาหารไทย จึงช่วยค้นคว้าและค้นหาดอกไม้นานาพันธุ์เพื่อให้สายหมอกกับดอกไม้รู้จักกับดอกไม้กินได้มากขึ้นเรื่อยๆ
หลายปีมาแล้วที่ร้านสายหมอกกับดอกไม้ยังคงมีความสุขที่ได้เห็นผู้มาเยือนลิ้มรสชาติอาหารดอกไม้ เป็นเวลาหลายปีที่ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์ ด้วยความรักความจริงใจ จากดอกไม้เพียงเจ็ดแปดชนิดที่อันยา โพธิวัฒน์ เริ่มต้นนำมาปรุงเป็นอาหารจานดอกไม้ ทุกวันนี้ร้านสายหมอกกับดอกไม้ได้เพิ่มเติมดอกไม้นานาพันธุ์อีกกว่ายี่สิบชนิด อย่างที่จะไม่ธรรมดาๆ และไม่ซ้ำซากจำเจ บนความเชื่อของอันยาที่ว่า
ดอกไม้ที่จะปรุงอาหารได้ดีที่สุดคือดอกไม้ที่ไม่ได้ผ่านการเดินทาง
ในปี พ.ศ.2545 มีหนังสืออาหารดอกไม้ออกมาเล่มหนึ่ง โดย ทยา กิจการุณ
ทยา กิจการุณ คนนี้เคยทำงานเป็นแม่ครัวอยู่ที่ร้านสายหมอกกับดอกไม้ในช่วงปี พ.ศ. 2544 2545 อันเป็นช่วงเวลาก่อนที่จรัล มโนเพ็ชร จะเสียชีวิตไม่นานนัก และได้ออกจากร้านสายหมอกกับดอกไม้ไปหลังจากจรัล มโนเพ็ชร เสียชีวิตไม่นานเช่นกัน
ประสบการณ์ตรงในการปรุงอาหารดอกไม้เหล่านั้น ทยา กิจการุณ ผู้เขียนเรื่องอาหารดอกไม้ย่อมซึมซับรับรู้ในช่วงที่ทำงานเป็นแม่ครัวของร้านสายหมอกกับดอกไม้นั่นเองและเมื่อออกจากร้านไปก็รวบรวมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงจากครัวของร้านสายหมอกกับดอกไม้ นำไปตีพิมพ์เป็นหนังสือประเภทคุ้กบุ๊คออกมาโดยสำนักพิมพ์อมรินทร์พริ๊นติ้ง
เรื่องราวของอาหารดอกไม้จากครัวของร้านสายหมอกกับดอกไม้ จึงถูกเผยแพร่อย่างเป็นเรื่องเป็นราวในแวดวงหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คของประเทศไทย หลังจากตลอดเวลาสามสี่ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่แล้วได้ถูกเผยแพร่ในวงกว้างในนิตยสารต่างประเทศและรายการโทรทัศน์ต่างประเทศมาโดยตลอด
อันยาเองได้คิดที่จะทำหนังสืออาหารดอกไม้มาก่อนแล้ว แต่ทว่าเมื่อจรัล มโนเพ็ชร เสียชีวิตกระทันหันในปีนั้น เธอจึงไม่มีแก่จิตแก่ใจที่จะเขียนเรื่องราวของอาหารดอกไม้จากร้านของเธอ จนกระทั่งอดีตแม่ครัว ทยา กิจการุณ ใช้โอกาสและสถานะการณ์ในเวลานั้นเร่งรีบนำเสนอเรื่องอาหารดอกไม้
"ดีใจค่ะ ดิฉันรู้สึกยินดีที่การคิดสร้างสรรเรื่องนำเอาดอกไม้จากสวนของเรามาปรุงอาหารได้รับการยอมรับ จนทำให้อดีตแม่ครัวสามารถนำเอาเรื่องดอกไม้กินได้จากครัวของสายหมอกกับดอกไม้ไปทำเป็นหนังสือ ซึ่งตีพิมพ์โดยอมรินทร์พริ๊นติ้ง"
"น่าภูมิใจ ดิฉันภูมิใจที่ตัวเองทำประโยชน์ให้กับโลกได้บ้าง แม้ไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเกิดจากความรู้สึกอยากกินดอกไม้ของดิฉันนั้นในที่สุดก็ได้รับการยอมรับไปทั่ว"
"แต่อย่าลืมนะ พวกคุณๆทั้งหลายลืมไม่ได้เด็ดขาด ว่าทั้งหมดเกิดจากอำนาจของวรรณกรรม" หนังสือเล่มนั้นชื่อ Like Water For Chocolate ค่ะ เล่มที่ดิฉันอ่านเป็นภาษาอังกฤษ มารู้ทีหลังว่าเมืองไทยก็มีคนแปลมาแล้ว แต่ดิฉันไม่เคยเห็นมาก่อน และถึงเห็นก็คงไม่อ่านเพราะถ้าเรามีต้นฉบับภาษาอังกฤษอยู่แล้วจะไปอ่านเรื่องแปลทำไมกันล่ะ"
สิ่งนี้ทำให้อันยาเชื่อมั่นมากขึ้นในสิ่งที่เธอกล้าคิดกล้าทำมาแต่แรกจากจินตนาการของเธอว่าเป็นประโยชน์ต่อโลก ต่อผู้คน เพราะไม่เช่นนั้น ทยา กิจการุณ คนที่เคยเป็นแม่ครัวของร้านคงไม่มีโอกาสได้เขียนเรื่องอาหารดอกไม้ออกมาเช่นนี้แน่
ราวปลายปี พ.ศ. 2541 ร้านสายหมอกกับดอกไม้เริ่มพิมพ์เมนูสองเล่มแยกกัน เล่มหนึ่งเป็นอาหารไทยทั่วไป ส่วนอีกเล่มเป็นอาหารดอกไม้
เมื่อเริ่มมีเมนูพิเศษเป็นเมนูอาหารดอกไม้นั้นบางคนว่าร้านนี้บ้าที่กล้ากินดอกไม้เป็นอาหาร แต่ต่อมาในที่สุดหลังจากสื่อต่างๆเริ่มทำข่าวเรื่องอาหารดอกไม้ ตั้งต้นจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส จากนิตยสารฟาร์อิสเทิร์น เอคโคโนมิค รีวิว แม้แต่แบ็งค็อกโพสท์ เดอะเนชั่นตลอดไปจนถึงรายการทีวีเพื่อแม่บ้านชาวญี่ปุ่น ช่อง11 ผู้คนก็เริ่มยอมรับหรือจะพูดว่าก็เริ่มกล้าที่จะกินดอกไม้เป็นอาหารจากครัวของร้านสายหมอกกับดอกไม้
"ดิฉันไม่ใช่แม่ครัวอาชีพ ไม่ได้เก่งกาจเรื่องอาหารนักหนา แต่รักศิลปะรักการคิดสร้างสรร ชอบทั้งสิ่งใหม่ๆและเก่าๆ ชอบไปหมดถ้ามันโดนใจ"
อันยากล่าวว่า จะปรุงดอกไม้เป็นอาหาร โปรดอย่าใช้ดอกไม้ที่เบ่งบานได้จากสารเคมีฆ่าแมลง มันไม่คุ้มกัน คนบางคนบอกว่าออกไปซื้อดอกไม้แล้วเอามาล้างน้ำ ล้างน้ำยาอะไรต่างๆนานาก็ได้เหมือนที่เราล้างผัก นั่นยังไง ก็ปลอดภัยเหมือนกัน แหม พูดได้ไงนี่ พูดอย่างนี้อย่ามากินดอกไม้เป็นอาหารเลย ไปกินหญ้ากินรำดีกว่า"
ถ้าคิดสั้นๆเช่นนั้น ก็ไม่ต้องกินดอกไม้เป็นอาหารกันหรอกค่ะ
"เพราะอยากหันหลังให้กับการใช้สารเคมีเพื่อฆ่าแมลงตามต้นไม้ดอกไม้นี่แหละ ดิฉันจึงใช้ดอกไม้จากสวนของเรามาทำอาหาร ไม่ใช่ไปซื้อจากตลาดดอกไม้แล้วมาแช่ด่างทับทิมแช่อะไรที่จะช่วยชะล้างสารเคมีออกไป คิดแบบนี้ตื้นเกินไปค่ะ"
ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีที่มาที่ไป สำหรับอันยา โพธิวัฒน์ ซึ่งไม่ใช่แม่ครัวระดับห้าดาว แต่เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่รักการอ่าน รักความฝัน เช่นกันกับหุ้นส่วนชีวิตเธอ จรัล มโนเพ็ชร ร้านเล็กๆของเธอที่เชียงใหม่มีโอกาสต้อนรับเชฟระดับนานาชาติมาแล้วหลายราย พวกเขาดั้นด้นมาเพื่อจะดูจะชิมอาหารไทยที่ปรุงจากดอกไม้หลากหลายชนิด
และแน่นอนว่าไม่ใช่เหตุบังเอิญ ไม่เคยมีใครเดินผ่านประตูร้านสายหมอกกับดอกไม้เข้ามา และบอกอันยาว่าให้ปรุงอาหารไทยจากดอกไม้ที่งดงามและหอมหวนดูสิ
แรงบันดาลใจที่อยากกินดอกไม้เป็นอาหารมาจากความรู้สึกที่แท้ ที่อุบัติขึ้นหลังจากเธออ่านงานวรรณกรรมเล่มหนึ่งจบลง อาหารดอกไม้ของเธอจึงเกิดขึ้นจากอำนาจวรรณกรรมโดยแท้จริง ไม่อาจเป็นอื่นได้เลย
อย่าลืมเชียวว่าดอกไม้ที่ปรุงเป็นอาหารได้ดีที่สุด คือดอกไม้ที่ไม่ได้ผ่านการเดินทางค่ะ
อันยากล่าว
Munching Begonias
By...Sophie Rousmaniere
http://www.chiangmainews.com/indepth/details.php?id=834
Flower eating in Chiangmai by Kari Barber
http://mangraisofkengtung.blogspot.com/2007/04/bloomsday-flower-eating-campaign-gains.html
:: web ::
::
ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็น
::
ชื่อ
นามสกุล
บริษัท
*
ประเภทธุรกิจ
Manufacturer
Importer
Distributor
Wholesales
Other
(
อื่นๆ
)
ที่อยู่ 1
*
ที่อยู่ 2
ประเทศ
Please choose country
Afghanistan
Albania
Algeria
American Samoa
Andorra
Angola
Anguilla
Antarctica
Antigua And Barbuda
Argentina
Armenia
Aruba
Australia
Austria
Azerbaijan
Bahamas
Bahrain
Bangladesh
Barbados
Belarus
Belgium
Belize
Benin
Bermuda
Bhutan
Bolivia
Bosnia Hercegovina
Botswana
Bouvet Island
Brazil
British Indian Ocean Territory
Brunei Darussalam
Bulgaria
Burkina Faso
Burundi
Byelorussian SSR
Cambodia
Cameroon
Canada
Cape Verde
Cayman Islands
Central African Republic
Chad
Chile
China
Christmas Island
Cocos (Keeling) Islands
Colombia
Comoros
Congo
Congo, The Democratic Republic Of
Cook Islands
Costa Rica
Cote D'Ivoire
Croatia
Cuba
Cyprus
Czech Republic
Czechoslovakia
Denmark
Djibouti
Dominica
Dominican Republic
East Timor
Ecuador
Egypt
El Salvador
England
Equatorial Guinea
Eritrea
Estonia
Ethiopia
Falkland Islands (Malvinas)
Faroe Islands
Fiji
Finland
France
France, Metropolitan
French Guiana
French Polynesia
French Southern Territories
Gabon
Gambia
Georgia
Germany
Ghana
Gibraltar
Great Britain
Greece
Greenland
Grenada
Guadeloupe
Guam
Guatemela
Guernsey
Guinea
Guinea-Bissau
Guyana
Haiti
Heard and McDonald Islands
Honduras
Hong Kong
Hungary
Iceland
India
Indonesia
Iran (Islamic Republic Of)
Iraq
Ireland
Isle Of Man
Israel
Italy
Jamaica
Japan
Jersey
Jordan
Kazakhstan
Kenya
Kiribati
Korea, Democratic People's Republic Of
Korea, Republic Of
Kuwait
Kyrgyzstan
Lao People's Democratic Republic
Latvia
Lebanon
Lesotho
Liberia
Libyan Arab Jamahiriya
Liechtenstein
Lithuania
Luxembourg
Macau
Macedonia
Madagascar
Malawi
Malaysia
Maldives
Mali
Malta
Marshall Islands
Martinique
Mauritania
Mauritius
Mayotte
Mexico
Micronesia, Federated States Of
Moldova, Republic Of
Monaco
Mongolia
Montserrat
Morocco
Mozambique
Myanmar
Namibia
Nauru
Nepal
Netherlands
Netherlands Antilles
Neutral Zone
New Caledonia
New Zealand
Nicaragua
Niger
Nigeria
Niue
Norfolk Island
Northern Mariana Islands
Norway
Oman
Pakistan
Palau
Palestine
Panama
Papua New Guinea
Paraguay
Peru
Philippines
Pitcairn
Poland
Portugal
Puerto Rico
Qatar
Reunion
Romania
Russian Federation
Rwanda
Saint Helena
Saint Kitts And Nevis
Saint Lucia
Saint Pierre and Miquelon
Saint Vincent and The Grenadines
Samoa
San Marino
Sao Tome and Principe
Saudi Arabia
Senegal
Seychelles
Sierra Leone
Singapore
Slovakia
Slovenia
Solomon Islands
Somalia
South Africa
South Georgia and The Sandwich Islands
Spain
Sri Lanka
Sudan
Suriname
Svalbard and Jan Mayen Islands
Swaziland
Sweden
Switzerland
Syrian Arab Republic
Taiwan
Tajikista
Tanzania, United Republic Of
Thailand
Togo
Tokelau
Tonga
Trinidad and Tobago
Tunisia
Turkey
Turkmenistan
Turks and Caicos Islands
Tuvalu
Uganda
Ukraine
United Arab Emirates
United Kingdom
United States
United States Minor Outlying Islands
Uruguay
USSR
Uzbekistan
Vanuatu
Vatican City State
Venezuela
Vietnam
Virgin Islands (British)
Virgin Islands (U.S.)
Wallis and Futuna Islands
West Bank and Gaza
Western Sahara
Yemen, Republic of
Yugoslavia
Zaire
Zambia
Zimbabwe
โทร
*
โทรสาร
อีเมลล์
*
ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น
*
กรุณากรอกข้อมูลในช่องนี้ด้วย
Home
|
About Us
|
From the Garden
|
Service
|
News & Events
|
FAQ's
|
Influences & History
|
Contact Us & Map
Copyright © 2006, ร้านสายหมอกกับดอกไม้ . All rights reserved.